บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) บริษัทประกันภัยที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 ด้วยทุนจดทะเบียนชำระเต็มจำนวน 300 ล้านบาท โดยเริ่มแรก ใช้ชื่อว่า “บริษัท ไทย-ยาซึดะ ประกันภัย จำกัด”  ในเดือนมิถุนายน 2545 The Yasuda Fire & Marine Insurance Inc. ได้ควบรวมกิจการกับ The Nissan Fire & Marine Insurance Inc. ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อว่า Sompo Japan Insurance Inc. สำหรับในประเทศไทย บริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท สมโพธิ์ เจแปน ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด”  บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3,120 ล้านบาท ชำระเต็มจำนวน  ในเดือนสิงหาคม 2555 บริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ประกันวินาศภัย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของทุนจดทะเบียนและผู้ถือหุ้น ในเดือนมกราคม 2556 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สมโพธิ์ เจแปน นิปปอนโคอะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยการควบรวมธุรกิจกับ นิปปอนโคอะ ประเทศไทย ปี 2559 บริษัทฯได้ทำการจดทะเบียนปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือชื่อภาษาอังกฤษ “Sompo Insurance (Thailand) Public Company Limited” มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2559

ซมโปะ ประกันภัยซมโปะ ประกันภัย กับการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ ในรอบนี้เป็นหนึ่งในนโยบายของสำนักงานใหญ่ (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น) เพื่อสะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ SOMPO GROUP ทั่วโลก โดยมีหลักในการยึดถือนโยบายความซื่อสัตย์สุจริตในการดำเนินงาน และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าของเรา เป็นอันดับแรก และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทฯ จึงไม่หยุดนิ่งที่จะคิดค้นและพัฒนาทางเลือกของประกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย และด้านสุขภาพ เพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของทุกท่าน

ผลิตภัณฑ์  ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) มีหลากหลายชนิด ทำออกมาเพื่อตอบรับทุกความต้องการ ของลูกค้า ทั้งประกันภัยธุรกิจ, ประกันภัยรถยนต์, ประกันภัยทางทะเล, ประกันภัยทรัพย์สิน, ประกันภัยเบ็ดเตล็ด, ประกันภัยบุคคล, ประกันภัยรถยนต์,  ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย, ประกันภัยโจรกรรม, ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, ประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ, ประกันภัยการเดินทาง  ความเสี่ยงภัยเป็นสิ่งที่แฝงในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรความเสี่ยงภัย จะติดตามท่านดั่งเงา หลายคนอาจเป็นกังวลต่อความสูญเสียซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากภัยต่าง ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย

ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย)  ก่อตั้งทีมงานที่มีวิศวกรบริหารความเสี่ยงภัยที่เชี่ยวชาญมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้บริการเพิ่มคุณค่าแก่ลูกค้า ก่อนที่จะมีความสูญเสียเกิดขึ้น ทีมวิศวกรบริหารความเสี่ยงภัยของบริษัทเราสามารถช่วยท่านในการป้องกันลด และควบคุมความสูญเสียดังกล่าวได้

บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

สำนักงานใหญ่ กรุงเทพ 990 อับดุลราฮิมเพลซ ชั้น12, 14 ถนนพระราม4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500โทรศัพท์ : 02-119-3000
โทรสาร : 02-636-2340 , 02-636-2450
อีเมล์ : info@sompo.co.th
เว็บไซต์  : http://www.sompo.co.th

เคลมประกันรถแบบไม่มีคู่กรณี เริ่มต้นยังไง

ผู้ใช้รถยนต์และทำประกันภัยรถยนต์ไว้ การเคลมประกันภัยรถยนต์จะเป็นแบบมีคู่กรณี แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชน โดยไม่มีคู่กรณี หลายคนกังวลว่า การเคลมไม่มีคู่กรณีนั้นยุ่งยาก แต่ว่าความจริงแล้วไม่ยากอย่างที่คิด

ไม่มีคู่กรณี หมายถึง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น รถได้รับความเสียหายไม่ว่าแปลเล็กหรือแผลใหญ่ โดยหลักการแล้วการไม่มีคู่กรณีทำให้รถยนต์คันเอาประกันต้องเป็นฝ่ายผิดไปโดยปริยาย ต้องทำการแจ้งว่าชน เฉี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น กระถางต้นไม้ รั้ว กำแพง เสา เป็นต้น แต่ต้องดูให้สมจริงมากที่สุดด้วย  อย่าบอกว่าโดนชนแล้วหนีนะครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะโดนทางบริษัทประกันขอให้ตามหาคู่กรณี แล้วเรื่องก็จะยืดเยื้อไปเรื่อยแล้วจะไม่ได้เคลมสักที

เคลมประกันรถยนต์ไม่มีคู่กรณี

เริ่มต้นกับการแจ้งเคลมประกันแบบไม่มีคู่กรณี  แจ้งวัน และเวลาเกิดเหตุโดยแจ้งให้ใกล้เคียงวันที่เราแจ้งเคลมมากที่สุด หรืออยากให้ง่ายที่สุดคือเกิดเหตุแล้วแจ้งเลย  หากว่าการเกิดเหตุนั้นผ่านมานานแล้วทางบริษัทประกันภัยก็จะไม่รับแจ้งเคลมด้วย หากว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายที่ผิดจริงๆ เช่น การโดนชนแล้วหนี แต่จำเลขทะเบียนรถคู่กรณีได้และรีบดำเนินการแจ้งความ แบบนี้เราจะไม่เสียประวัติ

หากว่าไม่มีคู่กรณี แล้วต้องแจ้งว่าชน หรือเฉี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต แบบที่สมเหตุสมผล เป็นไปได้ให้มากที่สุด  สามารถขอเลขเคลมได้ทั้งคัน เมื่อได้เลขเคลมแล้ว พร้อมที่จะนำรถเข้าซ่อม ถ้ายังไม่พร้อมในการนำรถไปซ่อม สามารถทิ้งไว้ก่อนได้แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี  เมื่อได้เวลาจะนำรถเข้าซ่อม ก็เพียงแค่นำรถไปที่ศูนย์บริการ พร้อมใบเคลม ยื่นใบเคลม พร้อมเซ็นเอกสารสั่งซ่อม เพียงเท่านี้ เมื่อทางศูนย์บริการหรืออู่ซ่อม ซ่อมรถเสร็จแล้ว ก็สามารถนำรถไปใช้ได้ตามปกติเลย

ทราบกันไปเบื้องต้นแล้วว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ สิ่งที่เสียหาย คือ รถยนต์ที่อยู่ในอุบัติเหตุ และสิ่งแรกที่ผู้ขับขี่จะต้องทำ คือ รีบโทรแจ้งบริษัทประกันภัยที่ตนทำสัญญาด้วยทันที เพื่อมาทำเรื่องการเคลมประกันภัย ตามที่เราทำไว้กับบริษัทประกันภัย ยังไงก็ต้องเลือกบริษัทประกันภัยที่ดี ดูแลอย่างดี เมื่อเกิดเหตุอะไร มารวมเร็วทันใจ ไม่ปลอบให้เราจิตตก ว้าวุ่นนานเกินไป วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนอย่างระมัดระวังและปลอดภัย ในทุกช่วงเวลานั่นเอง